หน้าแรก › เรื่องราวทั้งหมด › รีสอร์ทเกาะกูด ห้อง 305
หลักฐานภาพ · แนบมากับสำนวน
Admin - March - เล่าเรื่อง 4 เรื่อง
21 เมษายน 2567 - พบเหตุ : 22:00 น.
กลุ่มเพื่อน 5 คนพักรีสอร์ทเกาะกูด ห้อง 305 แฟนได้ยินเสียงเรียกชื่อ พบคราบคล้ายเลือดหน้าห้อง และบนผ้าห่ม
เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ผู้เขียน โพส ได้เล่าประสบการของตัวเอง โดยผู้เขียนโพสสงสัยว่าอาจเป็น รีสอทที่เดียวกันกับในเรื่อง "ผีเขมรที่เกาะกูด" (https://ghostcase.net/post/66958982-73c2-4c72-bf15-d582f892ea85) โดยผู้เขียน ระบุว่าด้วย location ของ Resort ที่ตัวเองไปพักคือ "ที่พักติดชายหาดบนเนินเขาเล็ก ๆ" คล้ายกัน และยังระบุชื่อรีสอท Cham House
เริ่มเรื่อง
ทริปนั้นพวกเราเดินทางไปกันห้าคน แบ่งพักเป็นสองห้อง ตัวผมได้เข้าพักในห้องหมายเลข 305 วันแรกที่เช็กอินทุกอย่างยังคงดูเป็นปกติตามวิถีการท่องเที่ยว พวกเราขนย้ายสัมภาระเข้าห้องพัก เสร็จสรรพแฟนผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำขนาดกว้างขวาง บานประตูเป็นไม้ทรงสูงสไตล์บาร์คาวบอย มีช่องว่างลอยย่นขึ้นมาจากพื้นพอสมควร ในระหว่างที่ผมกำลังนอนเล่นสบายอารมณ์อยู่บนเตียง แฟนผมก็ทักขึ้นมาว่าเหมือนเห็นเงาร่างใครบางคนยืนวนเวียนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ แต่เพราะไม่อยากคิดมาก พวกเราจึงมองผ่านไป แล้วชวนกันออกไปซื้ออาหารกลับมากินที่ห้องพักริมหาดแห่งนี้
ตัวห้องพักดีไซน์เก๋ไก๋เป็นทรงเก้าเหลี่ยม ล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกเปิดรับทัศนียภาพได้รอบทิศ ตกยามค่ำเวลาล่วงเลยไปเกือบทุ่มสองทุ่ม ผมกับเพื่อนอีกสองคนบิดมอเตอร์ไซค์ออกไปหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท้ายที่สุดเพื่อนและแฟนของเขานั่งดริงก์ต่อกันที่ร้าน ส่วนผมต้องรับหน้าที่ขี่รถกลับมารีสอร์ตเพื่อรับแฟนกับลูกของเพื่อน เพราะพวกเราเช่ารถมาแค่คันเดียว และในกลุ่มก็ไม่มีใครขี่รถแข็งพอจะฝ่ามืดค่ำบนเกาะกูดได้ดีเท่าผม—ใครที่เคยสัมผัสเกาะกูดในยามราตรีคงรู้ดีว่า มืดมิดและสงัดเงียบเพียงใด แต่โดยส่วนตัวผมไม่ใช่คนขวัญอ่อนหรือหมกมุ่นกับเรื่องลี้ลับ จึงไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นอะไร
เมื่อกลับถึงห้อง ผมลองชวนแฟนออกไปนั่งชิลที่ร้านด้วยกันเพราะบรรยากาศค่อนข้างดี แต่เธอเอ่ยปากว่าขี้เกียจออกไปแล้ว ขออยู่ดูแลเด็ก ๆ ที่ห้องดีกว่า ผมจึงขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมออกไปนั่งดื่มกับเพื่อนต่อที่บาร์ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องรับพวกเขากลับมารีสอร์ตอยู่ดี
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมยามดึก พวกเราเดินทางกลับมาถึงที่พัก ต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ผมกลับมาอยู่กับแฟนจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด จึงบอกให้เธอไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย จะได้มานอนดูซีรีส์ด้วยกัน แฟนผมหยิบเครื่องสำอางออกจากกระเป๋าเตรียมล้างหน้าตามปกติ (เนื้อหาช่วงนี้แฟนเป็นคนเล่าให้ฟังในภายหลัง) ในจังหวะที่เธอกำลังก้มลงหยิบของ เธอกลับได้ยินเสียงเอ่ยเรียกชื่อขึ้นมาเบา ๆ ตอนแรกเธอคิดในใจว่าผมจะส่งเสียงเรียกทำไม ในขณะที่ตัวผมเองยังคงนอนเล่นเกมอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มคุ้นหูที่เรียกชื่อ “ป๊อบ...” กลับผันเปลี่ยนกลายเป็นเสียงหวานเย็นของหญิงสาวปริศนา ลากเสียงยาวโหยหวน “ป๊อบบบบ...” อยู่ข้างหู!
แฟนผมตกใจสุดขีด วิ่งพรวดพราดออกจากห้องน้ำมาหาผมทั้งน้ำตา บอกว่ามีใครก็ไม่รู้ส่งเสียงเรียกชื่อเธอ ตอนแรกผมตกอกตกใจ คิดว่าเธออาจจะเจองูหรือสัตว์มีพิษในห้องน้ำ จึงรีบตะโกนเรียกเพื่อน ๆ ห้องข้าง ๆ ให้มาช่วยดู ในระหว่างที่ผมและแฟนกำลังเดินออกจากห้อง สายตาก็เหลือบไปเห็นพื้นที่บริเวณหน้าห้อง ซึ่งเป็นระเบียงเล็ก ๆ สำหรับเก็บเตียงเสริม ด้วยความมืดผมจึงเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือส่องลงไป... แล้วหัวใจก็พลันร่วงไปอยู่ที่ตาซ้า เมื่อพบเข้ากับคราบหยดสีแดงเข้มดวงใหญ่อยู่บนพื้น ดูคล้ายคราบเลือดอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศเริ่มชวนให้ขนหัวลุกขึ้นมาทันที แม้ว่าตัวรีสอร์ตจะดูคลาสสิกและสวยงาม แต่ก็มีความเก่าแก่ซ่อนอยู่ เพื่อน ๆ ทุกคนรีบรุดมาที่ห้องด้วยความตกใจ แฟนผมจึงเพิ่งยอมเล่าเพิ่มว่า บนผ้าห่มสีขาวบริสุทธิ์ของเตียงนอน ก็มีรอยคราบดวงสีคล้ำ ๆ เลอะอยู่เช่นกัน ดูคล้ายรอยเลือดที่แห้งกรังมานานจนเปลี่ยนสี ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ยังคงพยายามมองโลกในแ้มุมดีว่า อาจจะเป็นรอยซอสหรือเครื่องดื่มที่แขกคนก่อนทำหกไว้ ส่วนเรื่องเสียงเรียกปริศนา เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันปลอบว่า อาจเป็นเสียงร้องของอึ่งอ่างหรือสัตว์คืนกลางคืนแถวนั้นมากกว่า เพราะระหว่างเดินกลับห้องก็ได้ยินเสียงพวกมันร้องอยู่เป็นระยะ
เมื่อเพื่อน ๆ แยกย้ายกลับห้องไป ผมต้องรับหน้าที่ยืนเฝ้าแฟนอาบน้ำจนเสร็จ กระทั่งเตรียมตัวจะเข้านอน โดยที่ยังไม่ได้ปิดไฟ แฟนผมก็เริ่มจัดหมอนที่มีอยู่อุปกรณ์สี่ใบ ฝั่งละสองใบ หัวเตียงหลังนี้ทำด้วยไม้สานเป็นลวดลายขัดกัน ในจังหวะที่เธอกำลังจัดหมอน สายตาก็เหลือบไปเห็นซอกไม้สานตรงหัวนอนพอดี... ตรงนั้นมีเศษซากชุดเสื้อผ้าเก่า ๆ ของใครก็ไม่รู้ซุกซ่อนอยู่!
ผมพยายามกลบเกลื่อนความหวาดกลัวด้วยการบ่นว่า แขกคนก่อนคงมักง่าย และแม่บ้านคงทำความสะอาดไม่ถี่ถ้วน แต่ในใจนั้น ขนแขนกลับลุกซู่ไม่หยุด แฟนผมเริ่มสติเสียและไม่อาจทนนอนในห้องนี้ได้อีกต่อไป พวกเราจึงตัดสินใจโทรเรียกเพื่อน ๆ กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับแจ้งผู้จัดการรีสอร์ตให้ขึ้นมาดู ผู้จัดการสอบถามถึงเหตุผลที่เราขอเปลี่ยนห้องอย่างกะทันหัน แต่พวกเราไม่ได้เล่าเรื่องเสียงปริศนาให้ฟัง ทำเพียงชี้ให้ดูรอยคราบแปลก ๆ บนพื้นและถามตรง ๆ ว่าใช่รอยเลือดหรือไม่ ผู้จัดการรีบปฏิเสธทันควัน บอกว่าไม่ใช่รอยเลือด หากแต่เป็นรอยจากสัตว์ชนิดหนึ่งที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "ตัวบาก" (ซึ่งก็คือกระรอกชนิดหนึ่ง)
ค่ำคืนอันชวนผวาจบลงด้วยการย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่ง โดยที่พวกเราเปิดไฟทิ้งไว้สว่างโล่ตลอดทั้งคืน...
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมและแฟนเดินลงไปรับประทานอาหารเช้าของรีสอร์ต แล้วถือโอกาสลงไปถ่ายรูปเล่นบริเวณชายหาด ในจังหวะนั้นเอง สายตาผมพลันสะดุดเข้ากับศาลเพียงตาเรือนสีขาวสองหลังตั้งคู่กันอยู่ริมหาด ผมจึงยกมือไหว้ตามมารยาท ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องใหม่ชั่วครู่ เพื่อเตรียมตัวไปเล่นน้ำทะเลในช่วงบ่าย
ตอนเดินออกจากห้อง ผมพบกับพนักงานรีสอร์ต เขาเอ่ยถามว่าจะให้ทำความสะอาดห้องไหม ผมตอบตกลง พร้อมกับขอร้องให้ช่วยยกทีวีจากห้องเดิมมาไว้ที่ห้องใหม่ เพราะห้องเดิมเป็น smart TV ที่สามารถดู Netflix ได้ ในระหว่างที่พนักงานกำลังติดตั้งทีวี ผมจึงลองเลียบเคียงถามไปว่า
“ที่นี่เคยมีเหตุการณ์อะไรแปลก ๆ บ้างไหมครับ?”
พนักงานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเล่าให้ฟังว่า เคยมีเคสหนึ่งในอดีต ขณะที่ลูกค้ารายนั้นกำลังเช็กอินและกำลังเดินกลับห้องพัก ได้เกิดเหตุการณ์มีศพลอยมาเกยชายหาดตรงนี้พอดี ทำเอาลูกค้าที่จองห้องพักติดหาดถึงกับขอยกเลิกและเช็กเอาต์หนีทันที แต่พนักงานก็ไม่ได้ยืนยันว่าศพนั้นลอยมาจากไหนหรือเป็นใคร นอกจากนี้ยังเล่าเสริมว่า ยามค่ำคืนเคยมีคนเห็นวิญญาณนางรำยืนรำอยู่ริมหาดด้วยเช่นกัน...
ฟังจบ ผมได้แต่คิดในใจแบบมองโลกในแง่ดีประกอบกับโดนแฟนดุด่าว่าจะไปขุดคุ้ยถามทำไม ผมจึงพยายามปล่อยวางและคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับห้องที่เราเจอ คืนนั้นพวกเราทำกิจกรรมกันจนเหนื่อยล้า หลังสวดมนต์ก่อนนอนกับแฟนแล้ว พวกเราก็หลับสนิทยาวไปจนถึงเช้าโดยไม่มีเหตุการณ์ประหลาดใด ๆ เกิดขึ้นอีก
โดยรวมแล้ว รีสอร์ตแห่งนี้บริการดีมาก บรรยากาศงดงามน่าประทับใจ เพียงแต่มีเรื่องราวชวนขนหัวลุกที่แฟนผมประสบพบเจอด้วยตัวเอง จบ.
...
เรื่องเล่านี้ เป็นส่วนหนึงพอผมลองมาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วมาเจอโพสต์นี้ เลยอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ครับว่า... ที่พักติดชายหาดบนเนินเขาเล็ก ๆ แห่งนี้ จะใช่สถานที่เดียวกัน กับในเรื่อง "ผีเขมรที่เกาะกูด" หรือไม่
Credit : https://pantip.com/topic/31926641
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น
ให้คะแนนความน่ากลัว
ผลประเมินรวม
ยังไม่มีใครให้คะแนน
ลงความเห็นของคุณ — แตะเพื่อประทับ
ยังไม่ได้เลือก
การกระจายคะแนน